other

อ่ะฮ่า.....ชีวิตนี่มันดีจริงๆน๊า...^,,,,^

มีสุขแสน ชื่นมื่น ชื้นชีวา

มีน้ำตา เมื่อโศกา ทุกข์ไม่หาย

มีชีวิต มีพลัง ทั้งใจกาย

มีจุดหมาย ให้ยืนหยัด สู้ฝ่าฟัน

มีป่วยไข้ก็ต้องมีหาย แหละนะ หุหุ....ตอนป่วยทุกข์มากขนาดไหน แต่ว่า

เมื่ออาการทุเลาลงแม้เพียงนิดเดียว ก็จะรู้สึกเหมือนโลกจะสดใสขึ้นอย่างชัดเจน ฮิ้วๆ...

ต้องขอสารภาพว่า ทนทุกข์ทรมานด้วยความเจ็บปวด มาเดือนกว่าๆ

ด้วยอาการป่วยนี้เล่นงานขาทั้งสองข้างและหลังของพี่โม่ง

ไม่สามารถนั่งหรือเดินไปไหนได้โดยสิ้นเชิงมากว่าสองอาทิตย์

อาการพึ่งทุเลาถึงขนาดที่สามารถนั่งได้เกิน 2 ชั่วโมงก็เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อิอิ..

และตอนนี้ก็สามารถที่จะเดินไกล้ๆ ไปมาในบ้านได้โดยไม่เจ็บปวดได้แล้ว ฮี่ๆ

.......

............และหวังงว่าพลังกายและใจของพี่โม่งจะสามารถยืนหยัดไปร่วมสนุก

กับสมาชิกทุกๆคนในวันเสาร์นี้ได้....ฮิฮิ.....

...............

.............

.ก็บอกแล้วไง...5555+...ว่าขอรั่ว...จนตัวตาย...ยิปปี้!!!!!

ถึงสมาชิกชมรมและเพื่อนๆ พี่น้องทุกๆคน อิอิ

.....

............

....................คิดถึงทุกคนจังเลย...TT^TT....

..............พอแระ....ไปหละ.......

แล้วเจอกันนะ.....

ตอนนี้ผมแทบจะไม่ต่างอะไรจากคนพิการที่สองขาแทบจะขยับไปไหนไม่ได้ อันเนื่อง

จากว่าเข่าซ้ายเกิดอาการอักเสบ การเดินไปไหนมาไหนจึงพึ่งไปที่ขาข้างขวาแต่ในที่สุด

เท้าขวาก็เกิดอาการปล้ามเนื้ออักเสบอีก ทิ้งห่างกันแค่อาทิตย์เดียว

เข่าซ้ายปวดทุกครั้งที่ขยับ

เท้าขาดเจ็บแปล็บทุกเวลา แม้กระทั่งลมพัดผ่าน

มันช่างแสนบัดซบ และเจ็บปวดสิ้นดี....

ตอนนี้ก็คือไม่สามารถถ่ายน้ำหนักไปที่ขาข้างไหนได้เลย การใช้ไม้เท้าค้ำเดินไปไหน

ต่อไหนก็ดูจะทรมานและทำให้อาการเจ็บจากขาทั้งสองสาหัสขึ้นทุกทีๆ

ไปทำงานก็ไปได้แค่วันเว้นวัน เพราะเท้าปวดและบวม แบบที่ไม่สามารถทายอนาคตของ

มันได้..บางวันอาการปวดก็ย้ายที่ได้ ฮ่าๆ..เริงรมณ์ดีแท้ๆ.

เรื่องการไปมหาวิทยาลัยยิ่งล้มเหลวโดยปริยาย เพราะไกลกว่าที่ทำงานเสียอีก

และไม่สามารถนั่งรถไปต่อเดียวได้ มีทั้งสะพานลอย บันได เหอเหอ ยังดีที่สามารถ

ผ่อนผันได้ น่าอัปยศที่สุด

ผมเป็นแบบนี้ติดต่อกันมา 4 ปีแล้ว และจะเป็นในช่วง3-4 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปี เสมอ

ไม่ได้เดินล้ม ไม่ได้ผาดโผนอะไรเลย หนำซ้ำการดูแลรักษาเท้าก็เพิ่มขึ้นทุกปีๆ..

น้ำหนักที่เกือบจะ150เมื่อสองปีที่แล้วก็ลดลงๆเรื่อย เพราะตระหนักถึงภาระของเท้าทั้งสอง

ถึงแม้จะไม่เคยพูดให้ใครฟัง เพราะนิสัยเรื่องการไม่ชอบพูดเรื่องทุกข์ของตัวเองให้ใครฟัง

ในสายตาใครต่อใครก็จะมองผมเป็นไอ้อ้วนขี้โรค อยู่ร่ำไป และถึงผมจะไม่สนใจแต่คน

รอบตัวชอบที่จะวิจารณ์กันเหลือเกินถึงจะลดลงมาเหลือ 130 แต่ดูท่าทางมันอาจจะสาย

เกินไปด้วยซ้ำมั๊ง ฮาฮา การไม่บอกเลยดูจะเป็นเรื่องไม่ดี แต่ถึงพูดไป ก็ไม่มีใครมาสนใจ

อยู่ดี แผลใคร ใครก็เลียเอง การไปขอความเห็นใจเป็นสิ่งอัปยศที่ผมจะไม่มีทางทำ

อย่างเด็ดขาด..

เพราะมันไม่ได้ทำให้อะไรๆดีขึ้นเลย

แต่เชื่อมะ?? ในท่ามกลางสิ่งเลวร้ายที่รุมกัดกินความเป็นคนของผมอยู่เช่นนี้

ผมกลับยิ่งพยายามทำอะไรต่อมิอะไรเพื่อคนอื่นมากขึ้น

เรื่องความน้อยใจก็อาจจะมีบ้างแต่เดี๋ยวเดียวมันก็สลายไป ฟิ้วววว

ถึงขาผมจะเดี้ยง แต่สมองของผมไม่ได้เดี้ยงตามไปด้วย มือผมก็ยังไม่ได้เดี้ยง

ผมยังคงทำอะไรต่อมิอะพไรเพิ่มขึ้นอีก (บ้าไปแล้ว) ฮ่าฮ่า

วันที่ผมเขียนเอนทรี่นี้เป็นวันศุกร์ ผมหยุดงานเพื่อรักษาขาตัวเองเพิ่มขึ้นแทนที่จะเอามัน

ไปทรมานกับที่ทำงาน เพราะสัญญากับเด็กๆและเพื่อนๆทุกคนว่าจะเอาธงใหม่ของชมรมที่

ชื่อว่า "ปฐพีเริงร่า" ที่ผมทำขึ้นเองไปโบก ให้มันสะบัดโดดเด่นเป็นสง่าที่งาน เจ เฟสต้า

ตอนนี้มันเสร็จแล้ว มันแค่รอให้ใครซักคนนำมันไปโบกเท่านั้น.....อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

สิ่งที่ได้มาจากการบาดเจ็บที่ขาทั้งสองข้าง มันคือคำตอบง่ายๆคำนึง.....

" ตูไม่สนโว๊ย"

555555+.....ตูจะไปซะอย่างใครจะทำไม..ก๊ากๆๆ

หมาที่ไหนก็ห้ามตูไม่ได้โว๊ย!!!!!!!!!!!!!..5555+

ปล///** พี่โม่งปลื้มขาตัวเอง....อยากตัดทิ้ง แฮ่.......

......................................................................................