holytalk

Crusade แก่ๆ คนนึงขอเล่าเรื่องไม่สบายใจหน่อยละกัน..

ช่วงนี้นอกจากจะทำงาน ก็จะมีเสียงของน้องๆหลายคนมาบอกว่า.

ทำไมพวกคอสเพลย์ต้องหาเรื่องทะเลาะกันทุกวันเลยอ่ะ..

*0*....อืม.....พูดไปก็ลำบากใจแฮะ...กลุ่มคอสก็เหมือน"เมือง"

เอาไว้พูดคุย เอาไว้พักพิง.....เป็นทุกอย่างที่เราต้องการ.....ครอบครัว TT^TT

แก่แล้ว...เห็นอะไรมาก็มากแล้ว.....เห็น"เมือง"พินาศมาก็เยอะจนนับไม่ถ้วน....

..........ถึงแม้เดี๋ยวนี้จะเห็นการเดินตามรอยเดิม....แต่ก็หวังว่าผลลัพท์จะไม่ซ้ำรอยเดิม.........

*****************

************************วันนี้จบแบบ งง ละกันนะ เหอเหอ....มันอัดอั้น*********

*************สามัคคีเข้าไว้ แล้วจะดีเอง*******************

...............................ขอพระเจ้าจงอวยพรให้ทุกท่านด้วย...........................................

...............................

.........................................Lord Starkerop of Gelderland.................................................



edit @ 2007/02/23 13:49:03

เมื่อถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกๆ ปี เรานิยมส่งดอกกุหลาบสีแดง หรือบัตรรูปหัวใจให้แก่กันและกันซึ่งเป็นเครื่องหมายของความรักความเข้าใจต่อกันวันวาเลนไทน์ ..^_^ อิอิ

.....แต่จะมีใครรู้ถึงรากเหง้าของวันๆนี้กันมั่งนะ.......

......ลองมานั่งฟังจุดกำเนิดของวันๆนี้กัน........โอเค??...^_^..

ตามประวัติกล่าวว่า วันนี้เป็นวันมรณภาพของนักบุญในศาสนาคริสต์ท่านหนึ่งชื่อว่า

เซนต์วาเลนไทน์ ท่านผู้นี้ถูกพวกโรมันจับลงโทษถึงแก่ความตายในสมัยจักรพรรดิ

คลอดิอุสที่ 2 ก่อนคริสต์ศักราช 269 ปี เนื่องจากท่านเป็นชาวโรมัน แต่นับถือศาสนาคริสต์

และได้เข้าบวชอยู่ในศาสนานั้น ชื่อว่า วาเลนตินุส (VALENTINUS) ในสมัยนั้น ชาวโรมัน

นับถือศาสนาของชาวโรมันอีกศาสนาหนึ่ง ซึ่งมีพระผู้เป็นเจ้าและเทวดาหลายองค์

ในระยะเริ่มแรกที่ศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ในกรุงโรม ทางรัฐบาลกรุงโรมเห็นว่าเป็นลัทธิ

ที่อันตรายต่อสังคมชาวโรมันเป็นอย่างยิ่ง ผู้ใดนับถือศาสนาคริสต์ก็จะถูกจับตัวไปลงโทษ

อย่างรุนแรงต่อสาธารณชน เช่น ให้สัตว์ป่ากัดตาย ตรึงไม้กางเขนให้ตายบ้าง หรือเผาทั้ง

เป็น เป็นต้น พวกที่นับถือศาสนาคริสต์ต้องคอยหลบซ่อนตัวไม่บอกให้ใครรู้ว่าตนเป็น

คริสต์ศาสนิกชน และเมื่อถึงเวลาทำพิธีกรรมทางศาสนาของตน จะต้องแอบหนีลงไปทำ

พิธีในอุโมงค์ที่ใช้บรรจุศพ นอกกรุงโรม นักบุญวาเลนไทน์เป็นผู้กล้าหาญและคอยช่วย

เหลือคนที่นับถือศาสนาคริสต์อยู่เสมอมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถูกทางราชการของกรุง

โรมจับไปขังคุกหรือเอาไปทรมาน ในที่สุดท่านเองก็ถูกทางราชการของกรุงโรมจับตัวได้

และเอาไปขังคุกไว้

เมื่อนักบุญวาเลนไทน์อยู่ในคุก มีผู้คุมชื่อ อัสเตริอุส (ASTERIUS) เป็นผู้มีจิตใจเมตตาและ

คอยให้ความช่วยเหลือมิให้เดือดร้อน ผู้คุมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งตาบอดทั้ง 2 ข้าง ระหว่างที่

นักบุญวาเลนไทน์ติดคุกอยู่นั้น ลูกสาวผู้คุมก็นำอาหารให้และช่วยติดต่อกับคนนอกคุก ที่

นับถือศาสนาศริสต์ให้แก่นักบุญวาเลนไทน์ ขณะที่อยู่ในคุก นักบุญวาเลนไทน์ได้แสดง

อภินิหาร ด้วยการทำให้ตาทั้งสองข้างของลูกสาวผู้คุมหายบอด กลับมาเป็นคนตาดี

หลังจากนักบุญวาเลนไทน์ติดคุกมาเป็นเวลา 1 ปีพระเจ้าจักรพรรดิคลอดิอุสที่ 2 ก็มีคำสั่ง

ให้นักบุญเข้าเฝ้า เมื่อพระเจ้าจักรพรรดิทอดพระเนตรจึงตรัสเกลี้ยกล่อมให้นักบุญเลิกนับถือ

ศาสนาคริตส์เสีย แต่นักบุญวาเลนไทน์ก็ปฏิเสธ ไม่ยอมเลิกนับถือศาสนาคริสต์ .....

จักรพรรดิกริ้วมาก จึงมีรับสั่งให้นำตัวนักบุญวาเลนไทน์ไปตีด้วยไม้กระบอง

............................และท่านก็มรณะภาพ...ณ วันนั้นนั่นเอง.............................

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ศริสต์ศาสสนิกชนถือว่า เป็นวันของเซนต์วาเลนไทน์ เพราะว่าเป็นวันที่ท่านถึงแก่มรณภาพ ในสมัยโรมันเมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว...

.............อีกตำนานที่เล่ากันว่า นักบวช วาเลนไทน์ คือผู้ที่ส่ง บัตร วาเลนไทน์ เป็นคน

แรก ในขณะที่นักบวช วาเลนไทน์ ถูกจำคุกอยู่นั้น ท่านตกหลุมรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง นาง

เป็นลูกสาวของผู้คุมที่คุกแห่งนั้น. ซึ่งก่อนที่จะถูกประหาร ท่านได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่ง

ถึงนาง และลงท้ายจดหมายว่า

........................................... จาก วาเลนไทน์ ของเธอ ..................................................

ซึ่งเป็นวลีที่ยังใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าความจริงเกี่ยวกับนักบวช วาเลนไทน์ จะเป็น

ตำนานที่ค่อนข้างสับสน แต่ทุกตำนานก็เป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจในเพื่อนมนุษย์

ความกล้าหาญ และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ "ความรัก" จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ในยุคกลาง

ของยุโรป(ประมาณศตวรรษที่ 5 ถึงศตวรรษที่ 16 ของปีคริสตศักราช) นักบุญ วาเลนไทน์

จะเป็นหนึ่งในนักบุญที่ได้รับความศรัทธามากที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอังกฤษและ

ฝรั่งเศส ..................

-------------

---------------------------

------------------------------------------ และแล้วก็ขออวยพรซักหน่อยละกันนะครับ....

...ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองพวกท่านทั้งหลายด้วยครับ....อาเมน.....

..........สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ...^_^.......ขอความรักจงมีแก่ท่านทั้งหลาย.....

//ปล.บทความนี้ผมคัดลอกและดัดแปลงมาจากต้นฉบับอีกทีนึงที่มีคนส่งมาให้ทางเมลล์ ครับ..อิอิ






edit @ 2007/02/13 22:06:24