ณ เวลานี้..ผมอยู่ในวงการคอสเพลย์นี้มาก็เกือบจะ 7 ปีแล้ว อาจจะดูน่าเบื่อหน่าย
ถ้าจะต้องฟังผมพูดว่า วงการแต่ก่อน เล็ก แต่แสนจะอบอุ่น ไม่เหมือนกับสมัยนี้ที่คน
เยอะขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายร้อยเท่า แต่กระทบกระทั่งกันได้ไม่เว้นวัน ไม่เว้นงาน.....
เหมือนกับว่าเตรียมพร้อมที่จะสำแดงเดชประหัตประหารกันได้ตลอดเวลา เพียงแค่รอ
โอกาศเท่านั้นเอง..
เหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้วงการเกิดสถาณการณ์ แบบนี้ ก็คงไม่พ้น การสาดเสีย
เทเสียกันแบบไม่ไว้หน้าอินท์หน้าพรหมของบรรดาเหล่าเลเยอร์ที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้
สนุกสนานกับการว่าร้ายรึกระแนะกระแหนกันเสียขนาดนั้น อย่างที่เราๆท่านๆคน
ในวงการเห็นกันว่า หลังจากยิ้มให้กันต่อกันในงานคอสแล้ว ลับหลังก็ก่อสงครามน้ำลาย
กัน ไม่ว่าจะในบล็อก ในเวปบอร์ดต่างๆ รึแม้กระทั่งโทรศัพท์ไปว่าคนนู้นคนนี้ นินทาให้
เราฟังกัน โดยที่บางครั้งมารู้เอาทีหลังว่ายกเมฆ รึปั้นน้ำเป็นตัวให้เรื่องมันดูเลวร้าย...
และกว่าความจริงจะกระจ่าง มันก็อื้อฉาวไปแล้ว... กลายเป็นหัวข้อฮิตให้เหล่าเลเยอร์
ฟังกันแล้วก็พากันนินทาสนุกปากตอนที่เจอกันในงานต่อๆไป เป็นวัฒจักรที่น่ารังเกียจ
แบบนี้ไม่จบไม่สิ้น..
ผมไม่อาจจะเข้าใจได้ว่าคนเหล่านั้นสนุกกับการสร้างสถาณการณ์แบบนั้นทำไม
การทะเลาะหรือกระทบกระทั่งกันนิดๆหน่อยนั้น เราปฏิเสธไม่ได้ว่าเราต้องเจอ
แต่สมัยก่อน มันเป็นเรื่องน่าอับอายที่ต้องพยายามเครียร์กันให้เร็วๆ เพราะต้องการ
รักษาความเข้าใจดีๆซึ่งกันและกันเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหลับหูหลับตา
ปรองดองกัน เพราะตัวอย่างที่ดีๆหลายครั้งในอดีตที่คนหมู่มากร่วมกันขับไล่เลเยอร์ที่มี
พฤติกรรมต่ำทรามก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อยทีเดียว..
แต่......เดี๋ยวนี้ ไม่ว่าเรื่องมันจะเล็กน้อยขนาดไหน มันก็สามารถ ลามเป็นเรื่อง
ใหญ่ได้ทุกเรื่อง เหตุเพราะสมัยนี้นั้นเวลาใครจะ" เปิดศึก" กับใคร สิ่งที่คนเหล่านั้นจะ
ทำเป็นอันดับแรก ก็คือ "หาแนวร่วม" รึ "กลุ่มพันธมิตร"
" แนวร่วม" เหล่านี้เป็นการรวมตัวในสภาพหลวมๆของกลุ่มความคิดที่อยู่ข้างเดียว
กัน พูดง่ายๆก็คือ "หาพวก"นั่นเอง ไม่ว่าจะส่งเมลมาพูดว่าร้าย " คู่ต่อสู้ "โทรศัพท์ -
คุยกันในงาน รึแม้กระทั้งประจานกันในบอร์ด อย่างที่ไม่ได้สนใจเลยว่าการเอาเรื่อง
ส่วนตัวของกันและกัน มาสาวให้คนในที่สาธารณะดูกันนั้น มันจะเป็นการอันควรรึไม่..
ต่างฝ่ายจะพยายามหาแนวร่วมที่คิดว่าเค้าทำถูก แล้วลากเอาเหล่าแนวร่วม เข้าร่วมใน
การ "ประหัตประหาร"กันโดยที่บางครั้ง แนวร่วมเหล่านั้นไม่ได้อยากที่จะยุ่งเกี่ยวด้วย
เลย แต่เพราะ"ถูกหลอก"มานั่นเอง
คนที่หลงเชื่อง่ายๆ ก็จะกลายสภาพเป็น เกราะกำบัง ระหว่างสองขั้ว ไปโดย
ปริยาย และจะถูกสถาณการณ์บังคับให้กลายเป็น"ศัตรู"กับ แนวร่วมของฝ่ายตรงข้าม
อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งทั้งๆที่แนวร่วมของแต่ละฝ่ายไม่ได้มีความบาดหมางซึ่งกันและ
กันเลย พวกเค้าเพียงเป็นแค่"เหยื่อ"ของกระแสความขัดแย้งที่เกิดจากคนสองคน แต่
ก็ต้องมาบาดหมางกันเพราะความเชื่อที่ต่างฝ่ายต่างประดังเข้าใส่กันโดยที่ไม่ได้มอง
จุดๆนึงว่า..นี่เป็นแค่การทะเลาะกันของคนสองคน เท่านั้น...
............และบางคนก็กลัวที่จะถอนตัวเสียแล้ว เพราะถลำลึกเกินที่จะถอยออกมา
ต้องจำยอมเดินหน้าต่อไปโดยหวังว่าจะไม่ได้รับผลกระทบมากมายนัก
การกลายเป็น"เหยื่อ"ของสถาณการณ์ บางทีก็จบลงด้วยการถอนตัวออกจาก
วงการไปเลยก็มี มีมากเสียด้วยที่ผิดหวังกับสังคมคอสเพลย์ ที่มีแต่การแก่งแย่ง ชิงดี
ชิงเด่น. การอิจฉาริษยา และการทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน
อาจจะมีหลายคนโต้ในใจว่า "วงการยังมีส่วนดีอยู่นะ อย่าคิดมากแบบนั้นสิ " แต่
ผมถามนิดนึงว่า ส่วนดีนั้น จะมีคนพูดถึงมันก็ต่อเมื่อสิ่งเลวร้ายได้อุบัติขึ้นมาแล้วเท่านั้น
เอง เราไม่เสนอในส่วนทืดีๆออกมากันก่อนเลย พูดง่ายๆก็คือ ทะเลาะกันแทบฆ่ากัน
ตาย แล้วค่อยมาพูดว่า รักกันไว้เถิด งั้นเหรอ ทั้งๆที่ตอนก่อเรื่อง ไม่ใช้สมองคิดเรื่องนี้
กันก่อนที่เรื่องจะบานปลาย สนุกกับการเดิมเชื้อไฟให้มันระเบิดออกมา ..
เหมือนกับมาเสียใจภายหลังว่าทำอะไรโง่ๆลงไป...ทั้งคู่ เพราะส่วนใหญ่ของการ
ทะเลาะกันแบบนี้ มักจะไม่ได้จบด้วยความพินาศของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง...มันจะเป็น
สงครามประสาทไปเรื่อยๆจนกระทั่งทั้งคู่เริ่มเบื่อ และเรื่องจะค่อยๆ ซาไป รอการปะทุ
อีกครั้ง ถ้าหากมีใครเริ่ม"ล้ำเส้น"อีกฝ่าย....
แล้วเคยคิดถึง"คนรอบข้าง"ที่เข้ามารับผลกระทบจากการกระทำนี้รึเปล่า มีหลายคนที่
เข้าแนวร่วมแล้ว หลังจาดหมดเรื่องหมดราวหลักแล้ว ก็เริ่มสงครามกันต่อกับแนวร่วมอีก
ฝ่าย รึไม่ก็ก่อสงครามกันเอง ต่อไปกันเป็นลูกโซ่ ไม่มีจบมีสิ้น เป็นมรดกตกทอดของ
ความขัดแย้ง ที่จะถ่ายทอดต่อไปอย่างที่ไม่มีใครจะสามารถหยุดมันได้..
ไม่แปลกใจที่ทำไมเดี๋ยวนี้เราจะเห็นเลเยอร์ "มองหน้ากันไม่ติด" เยอะขึ้นๆทุกวัน
รึที่จะเห็นเป็นประจำก็คือ "ถ้ามันมางาน ฉันจะกลับ" รึไม่ก็ "ถ้ามันมา ฉันจะไประราน
มัน" มันเกิดอะไรกันขึ้นกับวงการคอสเพลย์ไปแล้ว...ผมคิดอย่างที่หาคำตอบไม่ได้...
แต่ผมก็ยังไม่ได้มองเรื่องนี้อย่างหมดหวัง อย่างน้อยผมก็เริ่มจากตัวผมก่อน ผม
เลือกที่จะรักทุกคนก่อนที่จะคิดถึงข้อเสียของเค้า เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะหาคนที่ไม่มี
ข้อเสียเลย เราเลือกที่จะมองในส่วนดีๆของเค้าแทนที่จะมองแต่ส่วนเสียๆ เรารักเค้า
โดยที่ไม่ได้หวังว่าเค้าจะต้องรักตอบ ในเมื่อเราเริ่มด้วยความรู้สึกแบบนี้ เราก็คงจะ
เลือกที่จะดับไฟก่อนที่มันจะลามไปไกล เป็นแน่แท้...
อย่างน้อยผมก็เริ่มที่ความรู้สึกของตัวเองก่อน แล้วคุณๆหละจะเริ่มแบบไหน??
-----------------------------------------------------------------------STARKER_ROP--
555
รักมากนะ
の深林 †